ก้าวที่0 / สนุกจัง..นั่งเรือกลับบ้าน

(แอบว่าง ไม่มีงาน อัพไดซะเลยย)


นัดกินซิสเลอร์ กับพี่ๆในคลับ ที่ตึก All season ถามทางป๋าอย่างดี

"ลงเพลินจิต แล้วเดินย้อนกลับมาทางอโศก"

ก็เชื่อมันดิ. เดินจะถึงนานาแล้ว .. ไหนฟะ ถนนวิทยุ

ตัดใจ โทรถามพี่วี อีกรอบ (ไม่โทรไปตอนแรก กัวเสียฟอร์ม บ้านนอกเข้ากรุง)

"....."

สรุป คือ ลงเพลินจิตแล้วมันต้องเดินมาทาง ชิดลมเว่ยยยยย ไอป๋าาาาาา

อายเค้าไม๊เนี่ย

ก็นั่งคุยๆเม้าๆ กันเป็นปกติ

แต่ววันนี้ พี่โบ๊ต พาเพื่อนมาด้วย ชื่อพี่หนุ่ยนุ้ย
คุยไปคุยมา เลยได้รู้ว่าพี่หนุ่ยนุ้ยเป็นครูสอนเปียโน

กิ๊ดดดดดด จะด้วยความบังเอิญหรือฟลุ๊ก (อย่างเดียวกัน) ก็แล้วแต่

กำลังบ้า อยากเรียนเปียโนอยู่เป็นทุนเดิม เลยนั่งคุยกับพี่เค้า
จากเดิมที่อยากเรียน ตอนนี้เลยกลายเป็นอยากเรียนม๊ากกกกกกกกกกกกกมากกกกกกก
อยากเรียนมันซะวันนี้พรุ่งนี้เลยอ่ะ

เท่าที่เราเดาๆดูๆ พี่หนุ่ยนุ้ยแก ชั้นเซียนเลยอ่ะ แต่โคดถ่อมตัวเลยอ่ะ

เลยฝากตัวเป็นลูกศิษย์ เรียบร้อย

"ถ้าตั้งใจจะเล่นให้เป็นจริงๆ พี่สอนให้ฟรียังได้เลย" .... จิงป่าวเพ่ เด๋วเอาจิงน๊าาาา เอิ๊กๆๆๆๆ

แต่ค่าเรียนพี่เค้า อย่างแพงเลยอ่ะ ก็อย่างว่าอ่ะนะ คนเก่งอ่ะ
ลูกศิษย์แกแต่ละคน ฟังแล้วขนลุก มีทั้งลูกคุณหนูระดับไฮโซวววววว บ้านใหญ่เท่าวัง ทั้งมือเปียโนวง.... (อะไรซักอย่างยุคเก่าๆอ่ะ) พี่แก่เล่นป็อบเป็นอยุ่แล้ว แต่อยากเล่นคลาสสิคเป็น เลยมาให้พี่นุ้ยสอน -_-"

มีท้อก็ตรงนี้ตรงเดียวแหละ ไอ้เรามันกรรมกรเมอร์ เงินเดือนนิดๆ แถมค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรับผิดชอบ....

คือการจะเรียนเปียโนเนี่ย มันต้อง
1. ตั้งใจจริง เพราะมันยาก อันนี้คิดว่าผ่าน อยากเรียนจากใจจริงมานานมากแล้ววววว
2. ขยันซ้อม ไม่น่ามีปัญหา สละเวลาเล่นเนตวันละ 1 ชม.
3. ต้องรวย ..... เพราะ ค่าเรียนมันแพง แถมต้องมีเปียโนไว้ซ้อมที่บ้านด้วยไง

คือตอนแรกที่ตั้งใจเอาไว้ คิดว่าจะซื้อเปียโนไฟฟ้า เอาไว้ซ้อมก่อน พอมีปัญญามากกว่านี้ค่อยซื้อเปียโนมือสองดีๆมาใช้แทน
แต่พี่นุ้ยบอกว่า ไม่แนะนำ เพราะของจริงกะไฟฟ้ามันต่างกัน ตรง touching ซึ่งสำคัญสำหรับมือเปียโน T___T
บอกว่า ควรใช้เปียโนจริงๆ ไปเลย ฟังราคาแล้วหนาววว 80,000 บาท (นี่มือสองนะ)
แต่ไอ้ที่เราเล็งไว้ เปียโนไฟฟ้า แล้วคิดว่า พอจะมีปัญญาซื้อ ก็เป็น Yamaha P60 ซึ่งคนในบอร์ดเปียโน แนะนำว่า ทัชชิ่งโอเค เหมือนเปียโนจริง

เดินถอยหลังกลับมาก่อนหนึ่งก้าว....
เราว่าเปียโนไฟฟ้าไปก่อน ก็ดีน๊าาาาา เด๋วลองไปหาข้อมูลเพิ่มก่อน แล้วค่อยไปคุยกับพี่นุ้ย
(ตุตะว่าพี่เค้าจะสอนเราซะงั้น)

ห้ามลืมคติตัวเอง

"ท้อได้ แต่อย่าถอย"

เลยก้าวเดินกลับไป อีก 1 ก้าว... :-)

 

******************************************************************************************

นั่งยัน 3 ทุ่มกว่าๆ ก็แยกย้ายกลับบ้าน  .....  คนแถวนี้แอบไปดูหนัง หงุงหงิงกันด้วย  ขอแซวววว...  อิอิ

เรา พี่โบ๊ต และพี่นุ้ย กลับ BTS ทางเดียวกัน (ก็ยังคุยแต่เรื่องเปียโนอีกแหละ ตลอดทาง)

ก้าวขาออกจากรถไฟฟ้าปุ๊บ .... ฝนตกโครมมมมมมม!!!!!!
กลับบเานก็ไม่ได้อีก ช้าไป 5 นาทีเอง
ยืนหลบฝนอยู่นานมากกก ไม่ซาเลย มีแต่หนักขึ้นๆๆๆๆ ลมก็แรง ขนาดยืนอยู่ตรงชั้นขายตั๋วที่มีหลังคานะ ทุกคนเปียกหมดเลย หนักจริงๆ ของเขืองกระจายหมดเลย

รอไปนานเท่าไหร่ไม่รุ้อ่ะ แต่ไม่ไหวแล้ว ยอม ลงมาโบกแท๊กซี่กลับบ้านดีกว่า

.... เหลือเชื่อ น้ำท่วมอ่ะ สูงประมาณเข่า น้ำขึ้นมาเกือบจะถึงบันไดขึ้น BTS อ่ะ

รถแท๊กซี่แมร่งก็ โรคจิต เล่นตัว ไม่ยอมรับคน (คือเรายังไม่ได้โบกหรอก แต่คนก่อนหน้าเรา เค้าโบกแล้วมันไม่ไป)

เลยเสี่ยงดวง ถอดถุงเท้า รองเท้า แล้วลุยน้ำ ไปกลางถนนเลย กะจะโบก+++กลางถนนอ่ะ.....

เหมือนสวรรค์เข้าข้าง .... 104 มา รีบขึ้นโดยไว ฟลุ๊กโคดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อะเกน

วันนี้นั่งรถเมล์สนุก เหมือนได้นั่งเรือเลย เพราะน้ำท่วมตลอดทาง ตั้งแต่จตุจักร ยัน ปากซอยบ้าน ที่เดียวที่น้ำไม่ท่อมคือ บนสะพานลอย
(แต่ซอยบ้านเราแอบหรู ... น้ำไม่ท่วม ไม่บ้านนอกซะหน่อย เห็นม๊าาา)

ใช้เวลากระดึ๊บๆ ถึงบ้าน เกือบเที่ยงคืน โอววว ชีวิต

ภาวนาก่อนนอน ..... เพี้ยง พรุ่งนี้ขอให้ไข้ขึ้นสูงๆๆๆๆๆๆ จะได้ลาป่วย


ผลเป็นไงอะหรอ ...... ก็นั่งเขียนไดอยู่ที่ออฟฟิตนี่ไง :S

(ขออภัย เกิดมาถึก)




ทามะจัง™
4 ต.ค. 2548 เวลา 16:08 น.

สุภาษิคตวันนี้ : การแอบเขียนไดอารี่ เป็นวิธีอู้งาน ที่ดีเยี่ยมวิธีหนึ่ง
000137
4 ต.ค. 2548 เวลา 16:12 น.
สู้ๆ นะคุณน้อง

อีก 1 ปีกว่าๆ พี่จะตามไปฟัง
คุณน้องเล่นสดๆ นะ


จะบอกว่า พี่ไปดูหนังนะ ดันไฟดับอีก เฮ้อ เกือบเซ็งเลย
000035
4 ต.ค. 2548 เวลา 19:12 น.
เคยคิดว่าจะลองเล่นเปียโนเหมือนกันค่ะ แต่แพ้กำลังทรัพย์ (แล้วก้อความขี้เกียจของตัวเอง) เลยกลับไปเรียนร้องเพลงอย่างเดิมดีก่า

น้ำท่วมด้วยหรอ มะชอบเลยอ่ะ เฉอะแฉะ
พรุ่งนี้ขอให้ได้หยุดงานนะคะ อิอิ
001202
4 ต.ค. 2548 เวลา 23:30 น.
ดีแล้วล่ะพี่ตั๋มที่กวางไม่ได้ไปอ่ะ เพราะถ้ากวางไปก็คงต้องนั่ง BTS กลับมาคนเดียวแหงๆ เพราะพี่อีกคนที่บ้านอยู่ทางเดียวกันเนี่ย เขาก็ไปดูหนังหนุงหนิงกันนี่เนอะ อิอิ
000863
5 ต.ค. 2548 เวลา 01:04 น.
ตอนขับรถไปส่งคนที่มาด้วยกัน
ยังนึกอยู่เลยว่า
ว่าตั๋มกลับยังไงวะนั่น ?
เพราะตัวเองยังเกือบสิ้นชีพเลย ฮ่าๆ

ถ้าจะเรียนกะนุ้ยจริงๆ
ก็มาบอกพี่ละกัน
เอาแค่ใจมาก็พอ

ส่วนเรื่องฮาร์ดแวร์นี่ ยังย้ำอยู่
ถ้าเรียนจริงจัง
อย่าซื้อเปียโนไฟฟ้า
ทัชชิ่งมันไม่ได้ !!!!


ลองเล่นเทียบกัน 2 เครื่องจะรู้
แล้วถ้ามาเล่นดนตรีเองจริงๆ จะรู้ว่า
ทำไมย้ำจังเนี่ย เรื่องทัชชิ่งเนี่ย
เล่นเครื่องดนตรีมันไม่ใช่แค่กดให้ตรงโน้ตไง

แล้วอีกอย่างการที่
เราลงทุนอะไรไปเนี่ย
เวลาอยากเลิก
มันจะเกิดเสียดายเงินจนต้องฮึดต่อ

จะเล่าไรให้ฟัง
ผมซื้อกีตารืคลาสสิคตัวนึง
มาตั้งแต่เรียนมัธยม
เคยเอาไปเล่นประกวดที่เซนต์จอห์น
และทุกวันนี้มันก็ยังเล่นได้ดีอยู่
ยกเว้นฝีมือที่เท่าเดิม!

เห็นรึยัง ว่าลงทุนเล่นอะไรทั้งที
ก็น่าจะลงทุนนิดนึง
ถ้าจะซื้อมือ 2 น่าจะพอไหวนะ
ซื้อเมื่อไหร่ เดี๋ยวจะพานุ้ยไปช่วยดู

นุ้ยเก่งมั้ยเหรอ...ดูเองเหอะ
แต่คนทำเพลงเหลิมไทย
ในงานมีทติ้งคู่กะพี่เป็นเค้าอ่ะ ฮ่าๆ
jb
5 ต.ค. 2548 เวลา 07:45 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic